>>
course
>>
workshop
>>
time table / tution fee
<<
showcase
>>
mad board
>>
mad news
>>
apply
>>
contact
น้องป๊อย – ดลวรรณ รัตนภักดีกุล
เจ้าของสถิติคะแนนสอบตรง 100 เต็ม วิชา fashion design ม.ศิลปากร
น้องป๊อย – ดลวรรณ รัตนภักดีกุล เป็นสาวน้อยจากรั้วเตรียมอุดมศึกษาที่เรียนวิชา Figure Fashionกับ artHOUSE มาตั้งแต่ชั้นม.5 ก่อนจะหยุดไปหาประสบการณ์เรียนรู้ด้วยตัวเอง และมาจบคอร์สอีกทีตอนชั้นม.6
เธอผู้นี้เป็นเจ้าของสถิติสอบที่ไหนติดที่นั่น ทั้งที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเธอมุ่งมั่นตั้งใจจะเข้าไปนั่งเรียนแน่นอน ทั้งที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒซึ่งเธอไปชิมลางข้อสอบแล้วก็ผ่านการคัดเลือกเช่นกัน แต่สุดท้ายกับการสอบตรงที่มหาวิทยาลัยศิลปากรซึ่งเธอคว้าคะแนน 100 เต็มมาครอง !
เรามาทำความรู้จักกับเธอให้มากขึ้นอีกนิด พร้อมกับเจาะลึกหนทางสู่ความสำเร็จของเธอกันเลยดีกว่าค่ะ
ทำไมถึงเลือกเรียนแฟชั่น
สมัยก่อนก็ชอบวาดการ์ตูนอยู่แล้ว ชอบสเก็ตช์การ์ตูนมาตั้งแต่เด็ก ชอบดูนิตยสาร พวกด้านหลังที่เป็นแฟชั่นเซทจะชอบมาก
นอกจากการวาดรูปการ์ตูน เคยมีพื้นฐานทางด้านแฟชั่นมาก่อนไหม
ก็ไม่มีเลย มาเริ่มเรียนที่นี่หมดเลย มาเริ่มวาดที่นี่เอา ตอนแรกๆ ก็หนักใจ แบบเฮ้ย มันยาก มันท้อ มันทำไม่ค่อยได้ ทำได้ไม่ค่อยดีด้วย แต่เหมือนแบบ ไหนๆก็มาทางนี้แล้วก็เอาให้มันเต็มที่เลย แล้วป๊อยมีเวลาเตรียมตัวเยอะด้วย มาเริ่มเรียนตั้งแต่ม. 5 เรียนกับรุ่นพี่ มีเวลาเตรียมตัวตั้งปีหนึ่ง ก็เลยใช้เวลาหาข้อมูล หาความรู้ใส่ตัวได้เยอะ
มาเรียนกับรุ่นพี่แล้วแบ่งเวลาในการเรียนอย่างไร
ก็มาเรียนคอร์สแรกๆ กับรุ่นพี่ เหลือคอร์สหลังๆ เอาไว้รอกลับมาเรียนต่อตอนม.6 ก็ทำกิจกรรมที่โรงเรียน แล้วก็มีเก็บงานไว้เป็นพอร์ทบ้าง เช่น เคยทำชุดเชียร์ลีดเดอร์ที่โรงเรียน ก็ได้ประสบการณ์ด้วย
เรียนที่นี่งานค่อนข้างหนัก เคยท้อบ้างไหม
ช่วงแรกก็ท้อบ่อยเหมือนกัน แต่ก็ปรึกษาแม่ตลอด แม่ก็คอยให้กำลังใจ แต่ว่าตัวเองก็ต้องสู้ด้วยไม่ใช่แบบให้คนอื่นเค้าช่วยตลอด ป๊อยก็คิดว่าเราก้าวมาขนาดนี้แล้ว เรียนไปตั้งหลายอย่างแล้ว จะมาเปลี่ยนตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วนะ แต่ตอนหลังๆ ก็เริ่มชิน เราก็รับฟังคำวิจารณ์พี่เค้าไว้ ก็เอามาปรับใช้กับงานเราได้ ถึงมันจะแรงแต่ช่วงหลังๆ เราก็รู้ว่ามันไม่มีอะไร กลับไปดูงานชิ้นเก่าๆ จะจำได้เลยว่าเค้าว่าว่าอะไรบ้าง
มีงานชิ้นไหนที่จำได้แม่นเลยบ้าง
มีชิ้นหนึ่ง ตอนนั้นเค้าให้เลือกสไตล์ Business กับอะไรสักอย่าง คือวาดไปแล้วแบบมันแก่ ทรงผมก็เป็นแบบปัดมาข้างเดียวเหมือนริฮานน่าตอนนี้เลย เค้าก็ว่าๆ ก็เลยจำได้ว่าแบบนี้มันไม่สวยนะ เราต้องพัฒนาแล้วแหละ งานนั้นก็ทิ้งเลย เข้าใจแล้ว เราก็งาน Inspiration ใหม่ ดูว่าคนอื่นเค้าใช้โครงสร้างชุดกันยังไง หาเทคนิคใหม่ๆ Material ใหม่ เอามาใช้ดูซิ ส่วนใหญ่ที่ที่ดีที่สุดในการหาข้อมูลก็คือห้องสมุด ก็ไป TCDC ร้านหนังสือ ไปนั่งเปิดฟรีเอา
กระบวนการคิดมีส่วนสำคัญมากๆ ในงานออกแบบ เมื่อมาเริ่มเรียนที่นี่เป็นที่แรก มีความยากง่ายอย่างไรบ้าง
ยากเหมือนกันนะ บางที Inspiration บางอย่าง เราสามารถออกแบบได้ผ่านฉลุเลย เพราะเราชอบมาก แต่ Inspiration บางอย่างที่เราคิดไปต่อไม่ได้ เราก็มีปัญหา แล้วอย่างเวลาอยู่ในห้องสอบเราต้องคิดออกมาทันทีทันใดเลย มันก็เลยต้องฝึกเอาไว้เยอะๆ
Inspiration แบบไหนที่น้องป๊อยชอบ
ชอบอะไรที่เป็น Conceptual แรงๆ เคยมีครั้งหนึ่งเคยลองฝึกทำข้อสอบของมศว เป็นเรื่องเกี่ยวกับสุสานรถยนต์ พอมาทำก็ลองเอาMaterialที่คนเค้าไม่ใช้แล้วเอามารีไซเคิลให้มันเป็นเสื้อผ้า แต่ถ้าเป็นหัวข้อที่ไม่ถนัด บางทีเราอาจจะคิดเสื้อผ้าได้ แต่เรื่องเทคนิคกลับคิดไม่ออก ยังประสบการณ์ไม่มากพอ
เล่าให้ฟังหน่อยว่าสไตล์งานของน้องป๊อยเป็นอย่างไร
งานของป๊อยจะมีสไตล์ใกล้เคียงกับ Prada และ Louis Vuitton เป็นประเภทที่คิดคอนเซปต์ใหม่ แล้วก็ทำอะไรใหม่ๆ ออกมาตลอดเวลา จะเป็นสไตล์งานที่ไม่หยุดนิ่ง ป๊อยจะชอบMoodของ Prada อยู่เหมือนกัน คือไม่หวานจนเกินไป หวานนิดๆ แต่มีความเท่อยู่ในตัว มีความเป็น elegant อยู่ในตัว มีการใช้ Materialแปลกๆ ที่คนอื่นเค้าไม่ใช้กัน ส่วน Louis Vuitton เค้าจะหรูหรา แล้วก็ดูแปลกใหม่ แต่คนใส่แล้วจะดู chic แล้วก็ชอบอะไรที่มันแรงๆ อย่างคอลเลคชั่นใหม่เนี่ยก็แรงมากเลยนะ ก็เลยชอบ ก็เลยคล้ายๆ กัน
เล่าถึงการสอบที่ศิลปากรให้ฟังหน่อย ว่าได้ 100 คะแนนเต็มมาได้อย่างไร
ของศิลปากรก็ได้คะแนนแฟชั่น 100 คะแนนเต็ม Drawing ได้ 75 ค่ะ ก็ทำเหมือนที่พี่เค้าสอนให้ทำทุกอย่างเลย ตั้งแต่อ่านโจทย์ ตีความ นั่งวาด สเก็ตช์คร่าวๆ ว่าเราจะเอาแบบนี้ๆ นะ ใส่ Material Mood Tone Color ต่างๆ ทำเหมือนที่เค้าสอนมา ลองทำมาหลายสิบรอบแล้วก็เลยทำไปเหมือนเดิม โจทย์ที่ได้จะเกี่ยวกับรสชาติของอาหาร อย่างแรกที่จับได้เลยคือ อยากทำเป็นแบบ elegant นะ ก็เลยเลือกทำเป็นพายดีกว่า พายของอังกฤษ อยากทำอะไรที่มันหรูหรา สวยๆ ก็เลยเลือกมา แล้วก็ใช้สีแดง ใส่Materialที่เป็นทอง ดิ้นทอง หรือเป็นการปักที่มันให้ความนูนออกมา ก็เลยมีความแตกต่างออกมาจากของคนอื่น ทั้งเรื่องของ Look แล้วก็ Material นอกจากนั้นที่ทำให้ได้คะแนนเยอะก็คงเป็นเรื่องขององค์ประกอบโดยรวมที่ทำออกมาแล้วมัน Complete อย่างเช่น Background กับชุดจะออกมาเข้ากัน การตอบคำถามทั้ง Material Mood Tone Color Silhouette Flat เขียนไปหมดเลย ส่วนเรื่องสี ปกติจะใช้สีน้ำกับสีโคปิคเป็นหลักกัน แต่ของป๊อยจะใช้ผสมกันแทบทุกอย่างเลย ทั้งสีน้ำ สีไม้ โคปิค สีฝุ่น พาสเทล รวมไปในงานชิ้นเดียว คือมันต้องค่อยๆ หาเทคนิคด้วยตัวเองไปเรื่อยๆ ว่าเราจะทำยังไงให้มันออกมาสวย แล้วก็เร็วที่สุด ง่ายที่สุดสำหรับเรา ซึ่งเรื่องนี้เราอาจจะไปดูงานคนอื่นมาก่อนแล้วจับมาใช้ในงานของเรา เช่นคนนี้ใช้ Background เป็นสีน้ำ สวยจัง เราก็อาจจะลองเอามาจัดให้มันเป็นตัวของเราเอง
มีเทคนิคการทำข้อสอบอย่างไรให้ออกมาเร็วและดี
อย่างแรงเลยหัวต้องไว มือต้องไว มือทำไปหัวก็คิดไป ต้อง Alert ตลอดเวลา แต่ห้ามลน ถ้าลนแล้วทุกอย่างจะเจ๊งเลย ต้องมีสมาธิมากๆ การเตรียมข้อมูลมาเยอะ ดูงานเยอะก็มีส่วนช่วยทำให้งานของเราพัฒนาแตกต่างจากคนอื่นด้วย
ปกติน้องป๊อยจะหาข้อมูลจากที่ไหน
ชอบนิตยสารอยู่เล่มหนึ่งเป็นของเมืองนอก ชื่อ another magazine เป็นนิตยสารที่ art กับ fashion มาอยู่ตรงจุดกึ่งกลาง เอามารวมกันให้ดูแตกต่างจากคนอื่น ซึ่งมีส่วนช่วยงานของเราเยอะมาก คือป๊อยชอบแฟชั่นเซทอยู่แล้ว ป๊อยก็จะดูของเค้า เค้าจะมีคอนเซปต์ที่ชัดเจน ชุดก็แปลก เราก็ดูสี ดูการแมทช์เสื้อผ้า เราก็เอามาใช้ได้
อยากฝากอะไรถึงคนที่อยากจะเรียนแฟชั่น
ต้องหาตัวเองให้เจอก่อนว่าเราชอบอะไร ถ้าเกิดเจออะไรที่มันสะกิดนิดนึงแล้วมันไม่ไหว ก็อย่าเพิ่งท้อ ให้สู้ต่อไป ถ้ามันใช่มันก็คือใช่ค่ะ
artHOUSE ก็ขอแสดงความยินดีกับน้องป๊อยที่กำลังจะได้เป็น Freshy คนใหม่ในรั้วจามจุรีด้วยนะคะ
© All Rights Reserved